เด็กสาสุข ออนไลน์: อับเดทข่าวสารทั่วไป
Headlines News :

Latest Post

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อับเดทข่าวสารทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อับเดทข่าวสารทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด

“เหลิม”เล็งขอปูลุยล้างซูโอดีเฟดรีน

Written By เด็กสาสุข on วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555 | 21:14

เล็งขอนายกฯ สั่งดีเอสไอลุยปราบสารซูโอดีเฟดรีนในแอคติเฟตหวังสกัดสารตั้งต้นยานรก

            เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มี.ค. ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีถึงแนวทางการควบคุมสารซูโดอีเฟดรีนในยาแก้แพ้แอคติเฟต ว่า หากเป็นการขายปกติไม่มีปัญหา การนำเข้ามายังโรงงานผลิต ทางองค์กรอาหารและยา (อย.) คุมได้ พอผลิตเสร็จไปถึงโรงพยาบาลก็คุมได้ แต่จากโรงพยาบาล มีการขาย ยักยอก และนำออกไปเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้กราบเรียนนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งท่านได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาทำการสอบสวนเรื่องนี้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าสกัดเรื่องนี้ไม่ได้ก็จะแก้ปัญหายาเสพติดลำบาก

            เมื่อถามว่า เป็นไปได้แค่ไหนที่จะดำเนินคดีกับแพทย์หรือเภสัชที่ลักลอบนำยาดังกล่าวไปขาย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ทางดีเอสไอจะขอเรื่องนี้ให้เป็นคดีพิเศษ โดยตนจะอนุมัติต่อที่ประชุมดีเอสไอเพื่อให้สืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ หากพบการกระทำผิดให้จับทันที มั่นใจว่าคุมได้แน่นอน.
อ้างอิงhttp://www.dailynews.co.th 

เตือน! หม้อแขกพม่าแพร่สารตะกั่ว

หลังพบสารตกค้างในร่างกายชาวกะเหรี่ยง

            สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.พิษณุโลก ยันสารตะกั่วที่ตกค้างในร่างกายชาวกะเหรี่ยง เกิดมาจากหม้อแขกและเครื่องครัวจากพม่า โดยมีสารตะกั่วปนเปื้อนถึง 800 ใน 1 ล้านส่วน ด้านเจ้าหน้าที่เร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้าน  




            จากกรณีที่พบสารตกค้างในร่างกายของชาวกะเหรี่ยง ใน อ.อุ้มผาง จ.ตาก เกินมาตรฐาน ล่าสุดวานนี้ (15 มีนาคม) เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.พิษณุโลก ได้ยืนยันว่า สารดังกล่าวมาจากหม้อแขก และกระทะที่นำเข้าจากประเทศพม่า โดยภาชนะดังกล่าวเป็นภาชนะที่วางจำหน่ายในตลาดแม่สอด จ.ตาก ซึ่งชาวกะเหรี่ยงนิยมใช้อย่างมาก เนื่องจากราคาถูก เมื่อสอบถามชาวพม่า กล่าวว่า หม้อแขกที่ขายอยู่นั้น นำเข้ามาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ซึ่งจะมีลักษณะบางกว่าหม้อทั่วไป และกำหนดราคาขายตามน้ำหนัก ซึ่งขายกิโลกรัมละ 250 บาท นับว่าเป็นราคาที่ถูกมาก 
ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.พิษณุโลก ระบุผลตรวจสอบภาชนะ ประเภทหม้อแขก และกระทะที่ได้รับการรองรับมาตรฐานจากประเทศพม่าว่า มีปริมาณสารตะกั่วปนเปื้อนในปริมาณมาก โดยพบสารปนเปื้อนในกระทะมากถึง 773 - 859 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ส่วนหม้อแขก พบสารตะกั่วที่ฝาหม้อ 411 - 452 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ส่วนที่ตัวหม้อพบสารตะกั่ว 361-365 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทั้ง ๆ ที่ ตามประกาศของกระทรวงสาธารณะสุขฉบับที่ 92 พ.ศ. 2528 กำหนดมาตรฐานของภาชนะหุงต้มไว้ว่า ต้องมีปริมาณตะกั่วละลายออกมาไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร
           ขณะที่ นพ.ศักดิ์ชัย ไชยมหาพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พยายามหาสารตะกั่วที่ตกอยู่ในร่างกายของชาวบ้าน โดยในเบื้องต้นสันนิษญานว่า อาจจะพบจากการใช้แผงโซล่าเซลล์ ซึ่งมีแบตเตอร์รี่เป็นส่วนประกอบ สีทาบ้าน หรือของเล่นเด็ก  แต่ก็พบว่าการปนเปื้อนของตะกั่วที่ไม่สูงเพียงพอที่จะตกค้างในเลือดในปริมาณมากได้
              ส่วนทางด้าน นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หลังจากที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบภาชนะตามแนวชายแกน พบว่า เป็นอัลลอยผสมโลหะหลายชนิด ซึ่งมีสารตะกั่วปนเปื้อนถึง 800 ใน 1 ล้านส่วน ส่งผลอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อนำมาปรุงอาหาร
              อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคจะประสานไปยังอาสาสมัครสาธารณสุข  และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.ตาก ลงไปสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอัตรายของการใช้ภาชนะดังกล่าว รวมถึงระดมเงินทุนเพื่อจัดหาภาชนะปรุงอาหารที่ปลอดภัยให้กับชาวกะเหรี่ยงอีกด้วย 



อ้างอิง
http://news.thaipbs.or.th/content

ทีโอที-เอไอเอส จ่อเปิดดีล 4 จี


ทีโอที-เอไอเอส จ่อเปิดดีล 4 จี




ทีโอที-เอไอเอส เปิดเจรจาร่วมเป็นพันธมิตร 3 จี เฟส 2 บนสถานีฐานกว่า 15,000 แห่ง อัพสปีดสูงสุด 100 เมกะบิต บนเทคโนโลยี 4 จี-แอลทีอี 

             นายพันธ์เทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอทีจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ให้ฝ่ายบริหารทำหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อแสดงความจำนงขอคืนคลื่นความถี่ในย่าน 2,300 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งทีโอทีถือครองอยู่จำนวน 64 เมกะเฮิรตซ์ โดยยินดีคืนให้จำนวน 34 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้ กสทช. นำไปจัดสรรใหม่ออกใบอนุญาต 4 จี หรือแอลทีอี ซึ่งทีโอทีขอเก็บคลื่นไว้ทำตลาดเองจำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์ ความเร็วสูงสุด 100 เมกะบิตต่อวินาที
             ส่วนคลื่น 30 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งทีโอทีเก็บไว้ทำตลาดนั้น ทีโอทีจะนำไปให้บริการ 3 จี เฟส 2 ซึ่งจะเริ่มเดือน มิ.ย.นี้ จำนวนสถานีฐานทั้งสิ้น 15,000 แห่ง ซึ่งทีโอทีจะให้บริการทั้งย่าน 2,100 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับ 3 จี และในพื้นที่ที่ต้องการใช้งานดาต้า รับ-ส่งข้อมูลจำนวนมากจะให้บริการ 4 จี จำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์ดังกล่าว 
สำหรับแผนการลงทุนนั้น ได้มอบให้คณะกรรมการที่ดูแลโครงการ 3 จี จัดทำเอกสารรายละเอียดงบลงทุนไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อพิจารณาต่อไป
            อย่างไรก็ตาม หากได้ข้อสรุปที่แน่นอน ทีโอทีต้องหาพันธมิตรผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือเอกชนมาร่วมลงทุน และรับช่วงในย่านความถี่  2,300 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะเปิดบริการบนเทคโนโลยี 4 จีไปทำตลาดต่อ ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้การลงทุนเกิดความซ้ำซ้อน และปัจจุบันมี บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์  เซอร์วิส (เอไอเอส) ร่วมเป็นพันธมิตรกับทีโอทีในการทดสอบ 4 จี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความต้องการใช้งานด้านข้อมูลของผู้บริโภคมีจำนวนมากขึ้น
            "ปัจจุบันเราถือคลื่นย่าน 2,300 ในช่วงความถี่ 2304 เมกะเฮิรตซ์ ดังนั้น เราจะขอ กสทช. ขยับย่านไปที่ 2,300 และจะให้สิทธิไปจนถึง 2,330 ส่วนอีก  34 เมกะเฮิรตซ์ ที่เหลือจะคืนให้ กสทช. นำไปจัดสรรใหม่ โดยการออกแบบคลื่นความถี่ลักษณะนี้ ทีโอทีจะเตรียมหารือกับผู้ให้บริการรายอื่นๆ ทั้งเอไอเอส หรือเอกชนรายใดที่สนใจ เพราะโครงข่ายนี้ทีโอทีต้องการจะเปิดให้เอกชนเข้ามาแชร์ใช้ร่วมกัน เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนของประเทศ โดยทีโอทีจะพยายามขอความเมตตาจาก กสทช. เพื่อให้ได้สิทธิใช้คลื่นนี้เป็นเวลา 15 ปี" นายพันธ์เทพกล่าว
             นอกจากนี้ ทีโอทีอยู่ระหว่างการทำหนังสือไปยังคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งจะประชุมลงมติเรื่องแผนแม่บททั้ง 3 หลักในวันที่ 21 มี.ค.นี้ โดยระบุว่าทีโอทีไม่เห็นด้วยหาก กสทช.จะปรับลดระยะเวลาการคืนคลื่นความถี่ในส่วนของกิจการโทรคมนาคมลงให้เหลือน้อยกว่า 15 ปี เพราะตามกรอบที่คณะกรรมการ กสทช. เคยอนุมัติว่า กรอบเวลาการคืนคลื่นวิทยุกระจายเสียง 5 ปี กิจการโทรทัศน์ 10 ปี และกิจการโทรคมนาคม 15 ปี ถือว่าเหมาะสมแล้ว หากปรับลดเหลือ 7-10 ปี จะกระทบต่อแผนการลงทุนขยายโครงข่ายของเอกชนทันที
             ส่วนการประชุมคณะกรรมการทีโอที วานนี้ (19 มี.ค.) ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าโครงการ 3 จี เฟส 1 โดยฝ่ายบริหาร ระบุว่า การเปิดใช้งานสถานีฐาน 3 จี ทีโอทีระยะแรกจำนวน 5,320 สถานีฐาน ที่ตั้งเป้าจะติดตั้งและเปิดใช้ให้ครบภายในเดือน พ.ค. นี้ จะมีประมาณ 400 สถานีฐานที่ติดตั้งไม่เสร็จตามกำหนด เพราะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ยังอยู่ในกรอบที่มติคณะรัฐมนตรีขยายเวลาให้ภายใน 6 เดือน
             แหล่งข่าวจากทีโอที กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ นายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการเอไอเอส ได้เข้าพบประธานกรรมการทีโอที เพื่อหารือถึงการเป็นพันธมิตร และอนุญาตให้เอไอเอสได้รับสิทธิทำตลาด 3 จีในเฟส 2 ซึ่งจะรวมการให้บริการ 4 จี ด้วย
             "เบื้องต้นรายละเอียดของสัญญาจะคล้ายกับการทำสัญญาโครงการ 3 จี เอชเอสพีเอในย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่ง บมจ. กสท โทรคมนาคม ทำร่วมกับ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เมื่อต้นปี 2554 ซึ่งมีอายุสัญญา 14 ปี 6 เดือน" แหล่งข่าวกล่าว
อ้างอิง

ใต้กรุงเทพ มีน้ำมันมหาศาล แฉต่างชาติเตรียมขุดเจาะ

Written By sirirat on วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 | 05:57


ใต้กรุงเทพ มีน้ำมันมหาศาล แฉต่างชาติเตรียมขุดเจาะ

.............................................................................................................

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมวุฒิสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ทราบหรือไม่ว่าใน กทม.มีน้ำมันจำนวนมหาศาล ซึ่งในขณะนี้ได้มีบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่งได้รับสัมปทานสำรวจแหล่งปิโตรเลียม บริเวณริมถนนพุทธมณฑล สาย 2 เขตทวีวัฒนา โดยก่อนหน้านี้จากการสำรวจด้วยคลื่นไฟฟ้าพบว่ามีน้ำมันจริง และได้ทำการล้อมรั้ว ปรับพื้นที่ ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร และเตรียมขุดเจาะเร็วๆ นี้ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่หลังบ้านตนไปนิดเดียว ”ถ้าปริมาณมีมากพอในเชิงพาณิชย์ อะไรจะเกิดขึ้นกับ กทม.โดยรวม อะไรจะเกิดขึ้นกับประชาชนเขตทวีวัฒนา พุทธมณฑล สาย 2 สาย 3 และสาย 4 เขตพื้นที่สีเขียวมีหลักการอย่างไรในการอนุญาตให้มีการสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียม และมีการเตรียมการแก้ไขปัญหาหรือดำเนินการขั้นตอนต่อไปอย่างไร ทั้งในระหว่างการขุดเจาะ ซึ่งทราบว่าจะรู้ผลว่าจะมีมากในเชิงพาณิชย์หรือไม่ภายในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม นี้ จึงขอฝากไปยังรัฐบาลช่วยชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เฉพาะเขตทวีวัฒนา แต่ต่อพี่น้องประชาชนใน กทม.โดยรวมด้วย ซึ่งตนจะตั้งกระทู้ถามด่วนต่อ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”นายคำนูณระบุ


เครดิต: MThai News : news@mthai.com

อับเดทข่าวสารทั่วไป

More Post>> »

ข่าวสาร "สาสุข"

More Post>> »
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. เด็กสาสุข ออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Modify by Creating Website
Proudly powered by Blogger